Posts Tagged ‘psycology’

การ์ด ESP ถูกดัดแปลงขึ้นครั้งแรกในช่วงต้นปี 1930 โดยนักจิตวิทยาชื่อ Karl Edward Zener

โดยมีวัตถุประสงค์ในการวัดความสามารถพิเศษด้านสัมผัสพิเศษ หรือ ที่เรียกกันว่า “พลังจิต” (extra-sensory perception [ESP])

Zener subjects

ซึ่งในทีแรกนั้น คาร์ล ซีเนอร์ และเพื่อนร่วมงานของเขา ได้ใช้สำหรับไพ่ธรรมดา ในการทดสอบพลังจิต แต่พบว่าไพ่สำหรับปกติที่มี 52 ใบนั้น ยังไม่เหมาะกับการนำมาวัดผลเพื่อทำการวิเคราะห์ทางสถิติ จึงได้ดัดแปลงไพ่ชุดใหม่ขึ้นมาเพื่อให้ง่าย และ ลดความคลุมเคลือในการวัดผล ทั้งยังเอื้ออำนวนต่อการนำไปวิเคราะห์ด้วยหลักสถิติ

ZenerTest
ด้วยความก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยี ทำให้เราสร้างแบบทดสอบและวิเคราะห์แบบ Zener ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องใช้การ์ดจริง ๆ แล้ว แต่สามารถทำผ่าน Simulation ด้วย Computer ได้ ซึ่งสะดวกรวดเร็ว และ แม่นยำกว่า

และในตอนนี้ พร้อมส่งถึงมือคุณแล้วด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงคุณติดตั้ง การ์ด พลังจิต (Peace Esp Cards)  ได้จาก

https://play.google.com/store/apps/details?id=com.peacedeveloper.peaceespcards&feature=search_result

พร้อมใช้ได้เลยทันที ฟรี!!

วิธีใช้งาน อ่านต่อ…

Advertisements

จากตัวอย่างในตอนที่แล้วเราได้เห็นมุมมองของกลุ่มที่สังเกตุจาก สิ่งเร้าที่นำไปสู่การตอบสนองกันไปแล้ว
คราวนี้ลองมาดูมุมมองของกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับ กระบวน(process)ของของจิตใจเป็นหลัก ในขณะที่กลุ่มพฤติกรรมจะมองข้ามส่วนนี้ไป
การวิเคราะห์กระบวนการที่เกิดขึ้นภายในจิตจะเป็นเรื่องละเอียดซับซ้อน ไม่ตรงไปตรงมาเหมือนกลุ่มพฤติกรรมนิยม ผมเชื่อว่าพอได้อ่านทฤษฎีหรือแนวคิดของกลุ่มนี้แล้วอาจมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วย

เมื่อหุ้นที่ตัวเองถืออยู่เริ่มมีมูลค่าลดลงเรื่อย ๆ จิตใจของนักลงทุนจะได้รับสิ่งเร้าทางลบเกิดเป็นความคับข้องใจ ที่จุดนี้จะเป็นที่ ๆ ความกลัวในจิตใต้สำนึกของเขาต้องต่อสู้กับหลักการหรือตัวอย่างการลงทุนต่าง ๆ ที่เขาได้เรียนรู้มาซึ่งหากความกลัวชนะพวกเขาจะขายทันที
แต่หากหลักการหรือสิ่งยึดเหนี่ยวของเขาเอาชนะความกลัวได้ ความกลัวหรือความคับข้องใจของเขาจะถูกเก็บกด(Repression)เอาไว้ในระดับจิต ใต้สำนึก
นักลงทุนทุกคนไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นระยะยาว VI หรือ VS ทุกคนต่างเก็บกดความคับข้องใจเอาไว้ในลักษณะต่าง ๆ กันรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

อ่านต่อ…

มีเพื่อน ถามมาถึงพฤติกรรมการถัวเฉลี่ยราคาของนักลงทุนเวลาที่หุ้นมันลงมาเรื่อย ๆ ว่ามีความเกี่ยวข้อง และ สามารถอธิบายในทาง Behavioral finance ได้อย่างไร

ขอตอบว่า
วิธีถัวเฉลี่ยถ้าใช้ให้ถูกวิธีจะเป็นคุณมากกว่าโทษ
ในขณะที่ผู้ที่ศึกษา finance หรือ economic มาโดยตรงมักจะไม่สนับสนุนวิธี DCA เพราะเห็นว่าเป็นวิธีที่ไร้เหตุผล
แต่ผู้ที่ศึกษา behavioral finance ส่วนใหญ่จะสนับสนุนการใช้ DCA เพราะจะช่วยลบเจตคติที่โอนเอียงของนักลงทุนได้

ตัวอย่าง การถัวเฉลี่ยตามแนวคิดของ behavioral finance (ภาษาอังกฤษ)

http://knol.google.com/k/the-merits-of-dollar-cost-averaging-dca#
http://www.yorku.ca/milevsky/Papers/WP2001C.pdf
http://personal.fidelity.com/products/funds/content/pdf/dollar_cost_averaging_bear_market_solution_update.pdf

แต่อย่างไรก็ดีการถัวเฉลี่ยโดยผิดหลักการอาจสร้างความเสียหายอย่างมากมายแก่นักลงทุนได้
วันนี้เราลองมาอธิบายพฤติกรรมการถัวเฉลี่ยในทาง ทฤษฎีกันดู
เริ่มจากแนวพฤติกรรม
จิตวิทยา สายที่ศึกษาทางพฤติกรรม มักจะมองว่ากระบวนการ(process)ภายในจิตใจเป็นเหมือน กล่องดำ(Black box)ซึ่งจะแกะออกดูภายในไม่ได้ ดังนั้น เราจะสนใจแต่ input หรือสิ่งเร้าที่เกิดขึ้นกับตัวบุคคล กับ output หรือปฎิกิริยาที่เกิดจากสิ่งเร้า เท่านั้น

อ่านต่อ…