Posts Tagged ‘โกะ’

ในเกมหรือการแข่งขันใด ๆ นั้น ส่วนสำคัญในการกำหนดแผนการอาจจำแนกได้เป็นสองส่วนคือ
ยุทธศาสตร์(Strategy) หรือ กลยุทธ์ใหญ่ที่เป็นภาพรวมของแผนการทั้งหมด และ
ยุทธวิธี(Tactics) หรือ กลยุทธ์แยกย่อย ที่ปรับเปลี่ยนไปได้ตามสถานการณ์เฉพาะหน้า

ยุทธวิธี <http://en.wikipedia.org/wiki/Chess_tactics ,http://en.wikipedia.org/wiki/Go_tactics>
มัก ประกอบไปด้วยกลยุทธ์แยกย่อยต่าง ๆ นานา มากมายจนนับไม่ถ้วน ซึ่งการใช้ยุทธวิธีได้อย่างได้ประสิทธิภาพนั้นผู้ใช้ต้องมีความสามารถและ ไหวพริบที่จะดึงเอากลยุทธ์ที่มีอยู่ออกมาพลิกแพลงตามสถานะการณ์ได้อย่าง เหมาะสม ซึ่งถือเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะที่สูงและต้องการ การฝึกฝนเป็นเวลานาน

ยุทธศาสตร์ <http://en.wikipedia.org/wiki/Chess_strategy , http://en.wikipedia.org/wiki/Go_strategy>
เป็นภาพรวมหรือภาพใหญ่ของแผนการที่จะใช้ในการดำเนินเกม ซึ่งภาพรวมนี้มักเป็นแนวทางที่แน่นอน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาอันสั้น

หาก เปรียบกับเกมกระดานแล้ว ยุทธศาสตร์ เปรียบเหมือนกับการเปิดเกม(Game openning) ส่วน ยุทธวิธีเปรียบได้กับ การรบพุ่งในช่วงกลางเกม(Middle game)
ในชั้นเชิงยุทธวิธีนั้นเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความชำนาญและต้องใช้เวลาในการฝึกฝนนั้น แต่การวัดผลนั้นสามารถทำได้ง่ายและวัดผลได้ทันที
ส่วน ยุทธศาสตร์นั้นเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาในการสังเกตผลลัพท์ และ ในหลาย ๆ ครั้งก็เป็นการยากที่จะบอกได้ว่ายุทธศาสตร์นั้น ๆ เป็นยุทธศาสตร์ที่ดีหรือไม่

ในเกมการแข่งขั้น ทั้ง ยุทธศาสตร์และยุทธวิธี ต่างมีความสำคัญไม่แพ้กัน
แต่ ยุทธศาสตร์ที่ดีนั้นทำให้เกมของยุทธวิธีนั้นง่ายขึ้นมาก ซึ่งในหลายกรณีนั้นยุทธศาสตร์ที่เหนือกว่ามักกำหนดชัยชนะไปกว่าครึ่ง


ในเกมหมากรุกตามภาพตัวอย่างนี้ ถึงแม้จำนวนหมาก(Material) จะสมดุลกัน แต่ฝ่ายขาวถือว่าได้เปรียบทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างมาก
หากฝ่ายดำคิดจะเอาชนะให้ได้นั้น ฝ่ายดำจำเป็นต้องมีทักษะฝีมือทางยุทธวิธีสูงกว่าฝ่ายขาวอย่างน้อย 3-4ขั้น(ขั้นละประมาณ 60-70 ELO)


เช่น เดียวกันกับเกมหมากล้อมดังภาพตัวอย่างนี้ ต่างฝ่ายต่างยังไม่มีกลุ่มที่ตาย และยังไม่มีหมากเชลย แต่ฝ่ายขาวถือว่าได้เปรียบทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างมาก
หากฝ่ายดำคิดจะเอาชนะให้ได้นั้น ฝ่ายดำจำเป็นต้องมีทักษะฝีมือทางยุทธวิธีสูงกว่าฝ่ายขาวอย่างน้อย 3-4ขั้น

ในเกมการลงทุนนั้นหากเราเลือกยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องและเหมาะกับตัวเรา แล้ว ผลลัพธ์ที่คาดหวังก็คงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม ส่วนเรื่องยุทธวิธีนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการสั่งสมกันอีกที เพื่อผลลัพธ์ที่เหนือกว่า

Advertisements

ถ้าเปรียบเทียบกันกับในสมัยโบราณ ที่ผู้คนสู้รบกันด้วยพละกำลังแล้ว สมัยนี้ก็คงรบกันด้วยการเงิน
แต่ไม่ว่าจะสู้รบกันด้วยระบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ “กลยุทธ์” ซึ่งเป็นตัวกำหนดยุทธวิธีที่จะใช้ในการรบ
เกม กระดานเป็นรูปแบบหนึ่งที่ปราชญ์ในยุคต่าง ๆ ได้คิดค้นขึ้น เพื่อใช้จำลองสนามรบมาไว้ในกระดานที่มีขนาดกระทัดรัดเพื่อใช้ศึกษากลยุทธ์

หมากรุก (Chess)
เกม หมากรุกเป็น zero sum โดยสมบูรณ์ มีการกำหนดการแพ้ชนะที่แน่นอน โดยตัวเกมที่เน้นไปในการไล่ต้อนจับ King ของฝ่ายตรงข้ามให้จนมุมหรือ “Check mate”
ความสนุกของเกมอยู่ที่เราจะต้องจัดทัพเพื่อเตรียมพร้อมที่ จะตั้งรับ หรือ จู่โจมฝ่ายตรงข้าม และอ่านเกมล่วงหน้าเพื่อที่จะเลือกตาเดินที่ได้เปรียบ

หมากล้อม(Go)
หลัก การของเกมหมากล้อมจะแตกต่างจากหมากรุกค่อนข้างมาก ในเกมหมากล้อมจะเริ่มต้นที่กระดานเปล่า จากนั้น ผู้เล่นทั้งสองจะสลับกันวางเม็ดหมาก เกมจบลงเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีพื้นที่ให้ลงแล้ว ในขณะที่หมากรุกเริ่มจากกระดานที่จัดวางตัวหมากไว้เสร็จสรรพแล้วค่อย ๆ เก็บออกไปทีละตัวจากการโจมตีของอีกฝั่ง
ยุทธวิธีที่ใช้ในเกม มักเน้นไปที่การสร้างพื้นที่ มากกว่าการโจมตีเม็ดหมากของฝ่ายตรงข้าม โดยที่ผู้ชนะคือผู้ที่สร้างพื้นที่ได้มากที่สุด โดยหักลบกับตัวหมากเชลยที่โดนฝ่ายตรงข้ามจับกิน
โดยส่วนตัวแล้ว ผม คิดว่าเกมหมากล้อมสามารถใช้อธิบายธรรมชาติ และยุทธศาสตร์ในเกมการเงินได้ค่อนข้างดีกว่าเกมกระดานประเภทอื่น
ใน เกมหมากล้อมมีสุภาษิตสอนใจ ที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันอยู่มากมาย สุภาษิตหมากล้อมที่มักได้ยินกันบ่อยได้แก่ “ชนะได้ โดยไม่คิดเอาชนะ”

ทั้ง หมดนี้ ผมเชื่อว่าเป็นประโยชน์ในการลงทุนไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งคนทั่วไปมักมองว่า นี่คือเกมทางการเงินที่ผู้เล่นเดิมพันกับความมั่งคั่ง ด้วยทรัพย์สินที่หามาได้ของตน
แน่นอนว่าจุดสำคัญไม่ใช่ความชำนาญในการเล่นเกม แต่เป็นทักษะในการเอากลยุทธ์ในเกมมาประยุกต์กับสิ่งรอบตัวได้อย่างเหมาะสม

เกม กระดานที่ขาดกลยุทธ์มักถูกตีแตกได้ง่าย ในการลงทุนที่ไม่มีกลยุทธ์ก็เหมือนเรือที่ลอยเคว้งคว้างไม่เห็นฝั่งไม่เห็น จุดหมายที่ให้บรรลุไปได้