Archive for January, 2011

Counter Attack หรือ”การสวนกลับ” เป็นเทคนิคที่ผมยืมมาจากวิชาศิลปะการต่อสู้ในแขนงต่าง ๆ
โดยนักสู้สายที่เน้น Counter Attack มักจะเน้นการตั้งรับเพื่อรอจังหวะสวนกลับ
ในระหว่างที่เน้นการตั้งรับอยู่นั้น พวกเขาก็จะคอยวิเคราะห์อ่านเกมและชั้นเชิงของอีกฝ่ายได้อย่างใจเย็น และพอได้จังหวะก็ทำการสวนกลับ
ซึ่งพลานุภาพของการ Counter นั้นมักส่งรุนแรงกว่าการออกอาวุธธรรมดาทั่ว ๆ ไป
ด้วยสาเหตุหลัก ๆ ตามชนิดของการทำ Counter Attack ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 2 แบบด้วยกัน

แบบแรก คือ การสวนกลับไปที่จุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามขณะเปิดจุดอ่อน และ กำลังเสียสมดุลเพราะออกอาวุธหนัก (นึกถึงหมัดสวนของมวยสากล นักชกคนไหนโดนหมัดสวนไปที่ปลายคางเป็นต้องออกอาการกันทุกราย)

แบบที่สอง คือ การยืมแรงของฝ่ายตรงข้าม (นึกถึงเวลามีคนวิ่งมาเร็ว ๆ แล้วเราไปขัดขาเบา ๆ จากนั้นก็ล้มทับอีกรอบ) แบบที่สองนี้จะพบได้บ่อยในศิลปะการต่อสู้ในแถบเอเชีย ซึ่งสามารถสร้างความได้เปรียบให้กับคนตัวเล็กในการต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่าได้บ้าง
ไม่ว่าจะแบบไหนถ้าใช้ถูกจังหวะ การทำ Counter Attack นั้นก็สร้างพลานุภาพได้เห็นผลชงัดทั้งสิ้น

อ่านต่อ…

Advertisements

Anchoring หรือ การผูกติด เป็นคำศัพท์ทางจิตวิทยา ถูกคิดขึ้นครั้งแรกโดย Amos Tversky และ Daniel Kahneman มีความหมายถึงอคติของมนุษย์ที่มักไปผูกติดกับข้อมูลบางอย่างมากจนเกินไป มักเกิดขึ้นเมื่อเราใช้สามัญสำนึกไปตัดสินใจในเรื่องใด ๆ โดยปราศจากการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน

ตัวอย่างแรกในการทดลอง “การผูกติด” นี้ ผู้ทดลองได้ตั้งคำถามขึ้นมาว่ามีชนชาติอาฟริกันจำนวนเท่าใดในสหรัฐอเมริกา  ผู้เข้าร่วมการทดลองที่ถูกตั้งคำถามต่อว่า “มากหรือน้อยกว่า 10 %” มักจะตอบอยู่ในค่าเฉลี่ยที่ 25%
ส่วนผู้เข้าร่วมการทดลองที่ถูกตั้งคำถามต่อว่า “มากหรือน้อยกว่า 65 %” มักจะให้ตอบอยู่ในค่าเฉลี่ยที่ 45%

ตัวอย่าง ในการทดลองที่สอง ผู้เข้าร่วมการทดลองจะถูกขอให้เขียนเลขท้ายสองตัวหลังของบัตรประกันสังคม จากนั้นผู้เข้าร่วมการทดลองก็ถูกขอให้ประมูลสิ่งของที่ตนเองไม่รู้มูลค่า เช่น ไวน์ ช็อคโกแล็ต หรือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ผลปรากฎว่า ผู้ที่มีเลขท้ายสองตัวหลังของบัตรประกันสังคมที่สูง ๆ จะให้มูลค่าประมูลสูงกว่าผู้ที่มีเลขท้ายสองตัวหลังของบัตรประกันสังคมต่ำ ๆ ถึง 60-120%

ความผิดปกติเหล่านี้ เกิดจาก “การผูกติด” นั่นเองครับโดยในการทดลองแรก ผู้เข้าร่วมทดลองไปผูกติดกับคำถาม ที่ถามนำ ส่วนการทดลองหลัง ผู้เข้าร่วมทดลองดันไปผูกติดกับหมายเลขประกันสังคมของตัวเองซึ่งไม่ได้ เกี่ยวอะไรกับมูลค่าของ สิ่งของที่ใช้ประมูลเลย

ตัวอย่างการผูกติด นี้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้บ่อย ๆ แต่บางครั้งถ้าเราเอาการผูกติดนี้มาใช้ประเมินสถานการณ์สำคัญ ๆ อย่างการลงทุนนั้น อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้อย่างมหาศาล

อ่านต่อ…

เคยพบเจอไหมครับ หลายคนเล่นหุ้นตามเซียนซื้อตามเซียนแล้ว แต่ตัวเองกลับขาดทุน
หลายคนเห็นจังหวะเซียนเข้าเลยเข้าตามเซียน แต่ก็ยังขาดทุน

หลาย ๆ คนไม่ว่าจะพยายามเลียนแบบเซียนหุ้นยังไงก็ยังไม่ประสบความสำเร็จสักที
มีหลายคนที่ยังเข้าใจกันผิด ๆ ว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้นั้นคือ การซื้อแล้วหุ้นขึ้น หรือ ขายแล้วหุ้นก็ลงในทันที

ที่ผมคิดว่าการเข้าออกถูกจังหวะได้ตลอดเวลานั้นไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องนักก็เพราะว่า ปรมจารย์ทั้งหลายเองก็ยังทำผิดพลาดได้บ่อย ๆ
ผมได้ยินมาว่า Warren Buffett เศรษฐีนักลงทุนที่รวยที่สุดในโลกคนหนึ่ง ก็เคยซื้อหุ้นแล้วราคามันลงทิ้งดิ่งต่อไปอีก อยู่หลายครั้ง
หรือ George Soros สุดยอดนักเก็งกำไร ก็ยังตัดสินใจผิดพลาดอยู่บ่อยครั้งมาก

ถ้าเช่นนั้นแล้วอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการประสบจะความสำเร็จได้ในตลาดการเงิน
ผมคิดว่าหากมีสิ่งใดที่สำคัญที่สุด สิ่งนั้นน่าจะเป็น “กลยุทธ์” (Strategy) ที่ใช้ในการลงทุนครับ
หากเราสามารถพัฒนา และ เลือกใช้กลยุทธ์ ที่ดีและเหมาะสมกับตัวเราได้นั้น ความสำเร็จและความมั่งคั่งจากการลงทุนก็ไม่น่าไกลเกินเอื้อม
แต่การจะมี กลยุทธ์ที่นำไปสู่ความสำเร็จได้นั้น เราจำเป็นต้องมี “ความรู้” ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า เพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวเราได้
นอกจากนั้นยังต้องมี “วินัย” ที่จะทำให้เราปฎิบัติตามกลยุทธ์นั้นได้อย่างตลอดรอดฝั่ง โดยไม่ปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกของตัวเองเป็นตัวชี้นำ

อ่านต่อ…